กระบวนการ
1เซ็นสัญญา และชำระค่าบริการ

กำหนดแนวทางทางกฎหมายในการจัดการคดี ทำความเข้าใจสภาพการณ์ของคดี วางกลยุทธ์การจัดการคดี เซ็นสัญญา ตรวจสอบหมายเลขประจำตัวผู้ประกอบการของบริษัทที่ยื่นจดทะเบียน หมายเลขบัตรประชาชนของผู้ยื่นจดทะเบียน เก็บตัวอย่างตราประทับ ตัวอย่างเครื่องหมายการค้า เอกสารรูปภาพผลิตภัณฑ์สิทธิบัตร และเก็บข้อมูลหลักฐานที่เกี่ยวข้อง

ช่องทางชำระเงิน: ชำระเงินผ่านเคาน์เตอร์ธนาคาร โอนเงินผ่านธนาคาร โอนเงินผ่านตู้ ATM และชำระเงินผ่านบัตรเครดิตออนไลน์ เมื่อชำระค่าบริการเรียบร้อยแล้ว ใบเสร็จรับเงินทางการและใบเสร็จรับเงินของสำนักงานจะถูกส่งให้ผู้ยื่นจดทะเบียนพร้อมกัน เพื่อส่งมอบให้เจ้าหน้าที่บัญชีดำเนินการเรื่องภาษีต่อไป

2การจัดการคดี

เตรียมการเบื้องต้น ประเมินโอกาสที่จะผ่านการอนุมัติ และสืบค้นว่ามีงานที่ปรากฎอยู่แล้วที่มีความคล้ายคลึงกันหรือไม่ ตลอดจนอาศัยช่องทางหลบเลี่ยงทางกฎหมายเพื่อเพิ่มโอกาสที่จะผ่านการอนุมัติ ในกระบวนการยื่นคำขอนั้น ทุกคดีล้วนมีความเสี่ยงทั้งสิ้น ดังนั้นการวางแผนเตรียมการเบื้องต้นและการกำจัดงานที่ปรากฎอยู่แล้วที่มีความคล้ายคลึงกันจะช่วยให้เราสามารถดำเนินการหลังจากนั้นได้ราบรื่นยิ่งขึ้น

ในขั้นตอนยื่นจดทะเบียน หากกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ต้องการเอกสารเพิ่มเติม เมื่อเทียบตามขั้นตอนการตรวจสอบ นั่นหมายความว่าคดีได้เข้าสู่กระบวนการเดินเรื่องแล้ว เมื่อคดีเข้าสู่กระบวนการเดินเรื่องจะต้องชำระค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง ในส่วนนี้ผู้ยื่นจดทะเบียนสามารถสำรองงบประมาณที่เกี่ยวข้องไว้ให้ก่อน เพื่ออำนวยความสะดวกในขั้นตอนการตรวจสอบหลังจากนี้ได้

3ยืนยันข้อมูลกับลูกค้า

ก่อนยื่นเอกสาร ทางสำนักงานจะส่งข้อมูลพื้นฐานของผู้ยื่นจดทะเบียนและรายละเอียดคดีให้ลูกค้าตรวจสอบและยืนยันก่อน หากข้อมูลถูกต้องจึงจะดำเนินการยื่นเอกสาร หลังจากยื่นเอกสารทางกฎหมายเพื่อยื่นจดทะเบียนอย่างเป็นทางการไปแล้วจะไม่สามารถแก้ไขรายละเอียดของคดีได้ ดังนั้นเราจึงยืนยันความถูกต้องของข้อมูลในขั้นตอนเซ็นสัญญาและชำระค่าบริการ 1 ครั้ง และยืนยันความถูกต้องของข้อมูลอีกครั้งก่อนยื่นเอกสารไปดำเนินการ เพื่อรับประกันความถูกต้องของเอกสาร

ในขั้นตอนยืนยันข้อมูลกับลูกค้า หากต้องการยื่นจดทะเบียนเพิ่มเติม และยื่นจดทะเบียนข้ามประเทศ เราจะดำเนินการไปพร้อมกัน เพื่อลดระยะเวลาในการรอคอยขั้นตอนดำเนินการที่ยาวนาน ทั้งยังช่วยลดโอกาสเกิดข้อพิพาทด้านการละเมิดสิทธิข้ามประเทศอีกด้วย ในบรรดาประเทศที่ยื่นจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าและสิทธิบัตร ผู้ยื่นจดทะเบียนมักจะยื่นจดทะเบียนในประเทศเหล่านี้เป็นหลัก ได้แก่ ไต้หวัน ฮ่องกง จีน และอเมริกา และเนื่องจากหลายปีมานี้รัฐบาลพยายามส่งเสริม “นโยบายทิศใต้” จึงส่งผลให้จำนวนการยื่นจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าและสิทธิบัตรในประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ทยอยเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ

4ยื่นจดทะเบียน

เพื่อให้สอดคล้องกับกระบวนการดำเนินการแบบอิเล็กทรอนิกส์ของกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เอกสารคดีประมาณ 95% ขึ้นไปจึงสามารถใช้ยื่นจดทะเบียนออนไลน์ผ่านทางคอมพิวเตอร์ได้โดยตรง ซึ่งมีข้อดีตรงที่สามารถยื่นเอกสารได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อรับหมายเลขยื่นจดทะเบียนก่อน ทั้งยังสามารถติดตามความคืบหน้าของคดีได้ตลอดเวลา และช่วยลดความเสี่ยงในการถูกชิงจดทะเบียนตัดหน้าได้เป็นอย่างมากอีกด้วย

หลังจากได้รับหมายเลขยื่นจดทะเบียนแล้ว ผู้ยื่นจดทะเบียนสามารถเปิดตัวแบรนด์ผลิตภัณฑ์ หรือโปรโมทผลิตภัณฑ์ใหม่ได้ เพื่อป้องกันมิให้บุคคลอื่นแอบนำข้อมูลที่เกี่ยวข้องไปยื่นจดทะเบียนกับกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ในนามของผู้อื่นจนก่อให้เกิดความสับสนจนเข้าใจผิด หรือก่อให้เกิดข้อพิพาทด้านสิทธิ

5ควบคุมดูแลสิทธิ

เมื่อได้รับสิทธิแล้ว จำเป็นต้องมีเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญคอยควบคุมดูแลสิทธิหลังจากนั้น เพราะสิทธิของแต่ละคดีต่างมีวันที่เริ่มต้นคุ้มครองไม่เหมือนกัน ทำให้วันที่ต้องต่ออายุความคุ้มครองเครื่องหมายการค้าทุก 10 ปี หรือวันที่ต้องชำระค่าธรรมเนียมรายปีของสิทธิบัตรแตกต่างกันตามไปด้วย ในแต่ละเดือนสำนักงานของเรามีคดีที่ต้องดำเนินการทางกฎหมายเฉลี่ยประมาณ 100-120 คดี หรือประมาณปีละ 1,500 คดี ดังนั้นเราจึงจำเป็นต้องใช้การประมวลผลด้วยคอมพิวเตอร์ รวมถึงจัดการและจัดเก็บไฟล์เอกสารบนคลาวด์ คอมพิวติ้ง (Cloud Computing)

ในระหว่างการควบคุมดูแลสิทธิ หากเกิดการละเมิดสิทธิขึ้น เราสามารถฟ้องร้องทางกฎหมายเพื่อตรวจสอบการละเมิดสิทธิ หรือดำเนินการไกล่เกลี่ยควบคู่ไปพร้อมกันได้ เพื่อป้องกันมิให้สถานการณ์การลอกเลียนแบบในตลาดสินค้าทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น จนส่งผลกระทบถึงสิทธิและผลประโยชน์ทางธุรกิจของเจ้าของสิทธิที่แท้จริง

CONFIDENTIAL
คดีและการป้องกันข้อมูลส่วนบุคคล

1.ทุกกระบวนการจัดการคดีจะถูกบันทึกวิดีโอไว้ทั้งหมด:

ภายในสำนักงานได้ติดตั้งกล้องวงจรปิดสำหรับบันทึกภาพบริเวณทางเข้า-ออกสำนักงาน และหน้าจอคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อเก็บบันทึกกระบวนการจัดการคดีและการใช้งานคอมพิวเตอร์ของเจ้าหน้าที่ผู้รับจัดการคดี ประกอบกับอุปกรณ์บันทึกเสียงแบบความละเอียดสูง ทำให้สามารถเก็บบันทึกเสียงต่างๆ ในขณะจัดการคดีได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ไฟล์บันทึกเสียงและไฟล์วิดีโอที่บันทึกการสนทนาเกี่ยวกับคดีเอาไว้ ยังสามารถอำนวยความสะดวกในการจัดเก็บและตรวจสอบควบคุมผ่านทางคลาวด์ คอมพิวติ้ง (Cloud Computing) ได้อีกด้วย

2.ใช้รหัสผ่านล็อคการเข้าถึงข้อมูลของลูกค้า:

มีการตั้งค่าไอดีและรหัสผ่านในระบบจัดการคดี ซึ่งควบคุมและใช้งานโดยเจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย ทำให้มีเพียงเจ้าหน้าที่ธุรการและเจ้าหน้าที่ผู้รับจัดการคดีเท่านั้นที่สามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ยื่นจดทะเบียนได้ (มิใช่พนักงานทุกคนจะสามารถเข้าถึงและดำเนินการกับข้อมูลได้ตามใจชอบ) คดีทั้งหมดจะใช้กระบวนการทำงานแบบอัตโนมัติตาม “โครงการกฎหมาย 4.0” ทำให้ลูกค้าต้องกรอกข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อสร้างไฟล์เพียงครั้งเดียวเท่านั้น หลังจากนั้นซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์จะคัดลอกข้อมูลไปกรอกตามแบบฟอร์มสำคัญต่างๆ โดยอัตโนมัติ เช่น แบบฟอร์มข้อมูลผู้ยื่นจดทะเบียน แบบฟอร์มรายละเอียดคดี ใบเสร็จรับเงิน ใบกำกับภาษี เป็นต้น ซึ่งช่วยลดโอกาสที่พนักงานจะเข้าถึงข้อมูล ลดความผิดพลาดจากการกรอกข้อมูลเองซ้ำๆ รวมถึงลดการเกิดปัญหาข้อมูลรั่วไหลจากพนักงานได้เป็นอย่างมาก ทั้งยังช่วยส่งเสริมให้พนักงานสามารถดำเนินการตามวิธีป้องกันข้อมูลส่วนบุคคลได้อย่างเคร่งครัดอีกด้วย

3.การจัดการรายละเอียดคดีด้วยระบบคอมพิวเตอร์

ปัจจุบันคดีจะถูกจัดเก็บในรูปแบบไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ และเอกสารสิ่งพิมพ์อย่างเหมาะสม โดยเอกสารคดีทั้งหมดจะถูกส่งให้กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ และส่งใบเสร็จอิเล็กทรอนิกส์ผ่านทางอีเมล์ ซึ่งการดำเนินงานกับภายนอกจะใช้บริการแบบ “ไร้กระดาษ” ทั้งหมด จึงช่วยลดการรั่วไหลของเอกสารสิ่งพิมพ์สู่ภายนอก และลดความเสี่ยงในการเกิดปัญหาข้อมูลคดีรั่วไหลจากเอกสารสิ่งพิมพ์ที่ทำลายตกหล่นอีกด้วย

4.การทำลายเอกสารสิ่งพิมพ์ด้วยเครื่องทำลายเอกสาร:

กระดาษ A4 ทั้งหมดที่ถูกใช้ในคดีเกี่ยวกับเครื่องหมายการค้า สิทธิบัตร และลิขสิทธิ์มีจำนวนเฉลี่ยปีละประมาณ 250,000 แผ่น ซึ่งเทียบเท่ากับปริมาณกระดาษ 500 กล่อง ด้วยเหตุนี้ระบบการจัดการเอกสารและไฟล์จึงมีความสำคัญมาก เอกสารสิ่งพิมพ์ภายในสำนักงานจะถูกทำลายเป็นสี่เหลี่ยมชิ้นเล็กๆ พร้อมกันในคราวเดียวด้วยเครื่องทำลายเอกสารขนาดใหญ่ และผสมเศษกระดาษเหล่านั้นเข้าด้วยกัน จากนั้นจึงมอบหมายให้เจ้าหน้าที่นำไปรีไซเคิล เพื่อป้องกันไม่ให้มีการนำเศษกระดาษไปประกอบคืนรูปเดิมจนทำให้ความลับรั่วไหล